วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

สืบค้นโดย ธวัชชัย  แสงคำไพและพนมวรรณ  โพธิสาร
ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional leadership)
           ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนจะมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีการแลกเปลี่ยนทางสังคม โดยเน้นการแลกเปลี่ยนประโยชน์ระหว่างผู้นำกับผู้ตาม ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน ผู้นำและผู้ตามต่างก็มีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ต่างพึ่งพาซึ่งกันและกันเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์บางอย่าง ต่างฝ่ายต่างอำนวย ประโยชน์ให้ซึ่งกันและกันและต่างฝ่ายต่างก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทน  ผู้นำแบบแลกเปลี่ยนนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานที่สัญญาว่าจะให้รางวัลหรือสิ่งตอบแทนถ้าหากผู้ตามยินยอมทำตามข้อเสนอของผู้นำ  นั่นคือ "ผู้นำจะให้อะไรบ้างเพื่อที่จะได้รับอะไรบางอย่างเป็นการตอบแทน" ในลักษณะ "หมูไปไก่มา"
           ผู้นำแบบแลกเปลี่ยน คือ การใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำกับผู้ตาม โดยที่ผู้นำยอมรับ
ความต้องการของผู้ตามด้วยการให้วัตถุสิ่งของมีค่าตามที่ต้องการ แต่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนให้ผู้ตามต้องทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดหรือปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จตามข้อตกลง ผู้ตามก็จะได้รางวัลตอบแทนเป็นการแลกเปลี่ยน ขณะที่ผู้นำก็ได้ประโยชน์จากผลงานที่สำเร็จนั้น ผู้นำแบบแลกเปลี่ยนจึงเน้นที่ทำให้การดำเนินการขององค์การในปัจจุบันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ (efficiency) บังเกิดผลดี (excel)  
ลักษณะของผู้นำแบบแลกเปลี่ยนจะสังเกตเห็นได้ดังนี้  (Bass and Avolio, 1990 : 10)
        1. รู้ว่าผู้ตามต้องการอะไรจากการทำงาน และพยายามให้ผู้ตามได้รับสิ่งที่ต้องการตราบเท่าที่เขายังทำงานได้ผล
        2. แลกเปลี่ยนรางวัลและสัญญาว่าจะให้รางวัลถ้ามีความมานะพยายามในการทำงาน
        3. ตอบสนองต่อความต้องการและความปรารถนาของผู้ตามตราบเท่าที่ผู้ตามยังคงทำงานได้สำเร็จ  
องค์ประกอบที่สำคัญของผู้นำแบบแลกเปลี่ยน ที่ทำให้มีอิทธิพลต่อผู้ตามได้แก่
            1. การให้รางวัลตามสถานการณ์  (Contingent Reward : CR) เกี่ยวข้องกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและผู้ตามซึ่งเน้นการแลกเปลี่ยน นั่นคือ ผู้นำให้รางวัลที่เหมาะสม เมื่อผู้ตามปฏิบัติงานตาม ข้อตกลงหรือได้ใช้ความพยายามสมควร เช่น ในระบบราชการนั้นเมื่อความชั่วไม่มีความดีไม่ปรากฏก็เอาไป  1 ขั้น เป็นต้น ผู้นำจะพยายามส่งเสริมหรืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ตามเพื่อที่จะได้สามารถทำงานได้ตามข้อตกลง ผู้นำจะศึกษาความต้องการของผู้ตาม แล้วประสานสัมพันธ์ระหว่างการเสนอความต้องการของผู้ตามกับผลงานที่ผู้นำต้องการให้เกิดขึ้น  
            2. การบริหารแบบวางเฉย (Management-by-Exception) เป็นการบริหารงานที่ปล่อยให้เป็นไปตามสภาพเดิม ผู้นำไม่พยายามเข้าไปยุ่งเกี่ยว จะเข้าไปแทรกก็ต่อเมื่อมีอะไรเกิดผิดพลาดขึ้นหรือการทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน การเสริมแรงมักจะเป็นทางลบ คือตำหนิ ให้ข้อมูลย้อนกลับทางลบ  แบ่งได้เป็น 2 แบบ  คือ
               2.1 การบริหารแบบวางเฉยเชิงรุก (Active  Management-by-Exception : MBE-A) ผู้นำจะใช้วิธีการทำงานแบบกันไว้ดีกว่าแก้  ผู้นำจะคอยสังเกตผลการปฏิบัติงานของผู้ตาม และช่วยแก้ไขให้ถูกต้องเพื่อป้องกันความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น  ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนเชิงรุกจึงประกอบไปด้วยการแสวงหาข้อมูลที่จะช่วยให้ผู้นำทราบว่าความต้องการของผู้ตามในขณะนี้คืออะไร และช่วยให้ผู้ตามทราบว่าจะต้องทำงานอะไร ต้องแสดงบทบาทอย่างไร จึงจะทำงานได้สำเร็จ
               2.2 การบริหารแบบวางเฉยเชิงรับ (Passive  Management-by-Exception : MBE-P) ผู้นำจะใช้วิธีการทำงานแบบเดิม และพยายามรักษาสถานภาพเดิม (status quo) ตราบเท่าที่วิธีการทำงานแบบเก่ายังใช้ได้ผล ถ้ามีอะไรผิดพลาดหรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ผู้นำจะเข้าไปแทรกแซงถ้าผลปฏิบัติงานไม่ได้มาตรฐาน หรือมีบางอย่างผิดพลาด       
เอกสารอ้างอิง
สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์ (2545). ภาวะผู้นำ : ทฤษฎีและปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : บุ๊คส์ลิ้งค์
Bass,B.M.(1997).Does the transactional-transformational leadership paradigm transcend organizational 
                  and national boundaries? American:Psychologist.52,130-139

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

เทพประธีป สิมมา และธวัชชัย แสงคำไพ ศึกษาดูงานมาเล-
สิงคโปร์ ณ ท่าเรือแห่งหนึ่งในมลรัฐมะละกา
เมื่อ 26 พ.ย.2553

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

งานช้าง

รายละเอียด :




งานช้างและกาชาดสุรินทร์ ครั้งที่ 49 เริ่มคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ตื่นเต้น แห่เข้าชมซ้อมใหญ่การแสดงของช้างเป็นจำนวนมาก ก่อนเปิดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ เป็นทางการในวันที่ 21-22 พ.ย.นี้ เผยระดมช้างกว่า 280 เชือก ร่วมการแสดง 8 ฉากสุดอลังการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานช้างและกาชาดสุรินทร์ ประจำปี 2552 (ครั้งที่ 49) ที่ ทางจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุรินทร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-25 พ.ย.ที่บริเวณสนามกีฬาศรีณรงค์ และ สนามแสดงช้างสุรินทร์ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นั้น ล่าสุดบรรยากาศเริ่มคึกคักมากขึ้น
โดยได้มีประชาชนนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ให้ความสนใจ ได้เดินทางเข้าชมการซ้อมใหญ่การแสดงของช้างที่สนามแสดงช้างสุรินทร์ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ กันเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ เพื่อเตรีปิดการแสดงของช้างอย่างยิ่งใหญ่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 21-22 พ.ย.นี้ ที่สนามแสดงช้างสุรินทร์ ซึ่งการแสดงของช้างสุรินทร์ปีนี้ ซึ่งได้ใช้ร่วมการแสดงมากถึงกว่า 280 เชือก ได้ โดยแบ่งออกเป็น 8 ฉากยิ่งใหญ่อลังการ ประกอบด้วย



ฉากที่ 1 "นมัสการองค์สุรินทร์เทวา" - เริ่มการแสดง องค์พระสุรินทร์เทวา ประทับบนหลังคชาธารที่มีรูปร่างงดงามที่สุด เสด็จออกมาจากเมฆหมอก



ฉากที่ 2 "จุติสู่โลกาธานี" - ลูกช้างตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งกับเด็กเลี้ยงช้างชาวกูย วิ่งเล่นออกมาด้วยกัน ทั้งคู่หยอกเย้ากันอย่างน่ารัก ตามด้วยลูกช้าง และเด็กเลี้ยงช้างจากทุกมุมของสนาม



ฉากที่ 3 "บูชาฟ้าค้นหาพญาช้างไทย"- หญิงสาวชาวกูย ร่ายรำประหนึ่งกำลังบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์



ฉากที่ 4 "ปฐพีเลื่อนลั่น สนั่นพงไพร" - โขลงช้างป่าตัวใหญ่ เดินทางผ่านหมอกควันออกมา จากโขลงเดียวเป็นหลายๆ โขลง แปรขบวนเสมือนเกลียวคลื่นในทะเลช้าง รวมจำนวนช้างกว่า 200 เชือก



ฉากที่ 5 "พาราแซ่ซ้องรับขวัญคชา" - ชาย หญิง ชาวกูย ในเครื่องแต่งกายสวยงาม ร่ายรำออกมาอย่างอ่อนช้อย



ฉากที่ 6 "คชศาสตร์ศึกษา เรืองฤทธิไกร" - การแสดงการฝึกช้าง การแสดงความสามารถของช้าง เช่น การวาดรูป การเดินสองขา การปาเป้า การเตะฟุตบอล ฯลฯ



ฉากที่ 7 "รุกรบไพรี ยุทธหัตถีมีชัย" - การแสดงยุทธหัตถี ของฝ่ายอโยธยา กับขบวนทัพหงสาวดี การจัดทัพที่ยิ่งใหญ่และมีความสมบูรณ์ที่สุด ทั้งช้าง ม้า ปืนใหญ่ ฯลฯ



ฉากที่ 8 "ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ช้างไทยก้องปฐพี" - ฉากจบ โขลงช้างและนางรำทุกฉาก ทยอยเดินออกมายืนล้อมกองทัพยุทธหัตถี



ประชาชนนักท่องเที่ยวสามารถจองบัตรล่วงหน้าหรือซื้อบัตรหน้าบริเวณงาน เพื่อเข้าชมการแสดงของช้างในวันที่ 21-22 พ.ย.ดังกล่าวได้ในอัตราบัตรผ่านประตูราคา 1,000 บาท 500 บาท 300 บาท และ 40 บาท โดยเริ่มแสดงตั้งแต่เวลา 08.30 น.เป็นต้นไป



ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับในคืนวันนี้ ( 19 พ.ย.) ได้มีการจัดประกวด ขบวนแห่รถอาหารช้าง ซึ่งมีรถยนต์ตกแต่งด้วยอาหารช้างจากหน่วยงาน และชุมชนต่างๆ เข้าร่วมประกวด กว่า 30 คัน พร้อมจัดการประกวดโต๊ะอาหารช้างที่มีน้ำหนักของอาหารรวม 50 ตัน มีความยาวของโต๊ะอาหารช้างกว่า 200 เมตร ที่บริเวณ ถ.กรุงศรีนอก ด้านอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์



จากนั้น ในเช้าวันนี้ (20 พ.ย.) จะเป็นการจัดเลี้ยงอาหารต้อนรับช้างจำนวน 280 เชือก บริเวณถนนกรุงศรีนอก เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์



ขณะที่บริเวณสนามกีฬาศรีณรงค์ ประชาชนนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน จะได้พบกับนิทรรศการ การออกร้านของส่วนราชการ การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP การแสดงดนตรีชื่อดังและการออกร้านกาชาด บัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ซึ่งได้ทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา และมีงานไปจนถึงวันที่ 25 พ.ย. นี้

กีฬาสีภายใน